โควิดแฟลตดินแดง

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ภาพและข้อความ ขอความช่วยเหลือผู้ติด CV19 ถึง 2 โพสต์ที่อยู่ในแฟลตดินแดงเหมือนกัน โดยโพสต์แรกเป็นชาย ข้อความระบุว่า เอาพ่อออกไป และ ช่วยเด็กด้วย ตอนนี้พ่อป่วยหนักมากนอนรอความช่วยเหลือออกไปจากตรงนี้ไม่ได้ ติดโควิทชัดเจนแต่ที่หนักกว่านั้นคือ เด็ก 7 เดือน ยังต้องอาศัยอยู่ น้องเริ่มมีอาการไอหนักแล้ว คาดว่าจะติด ช่วยแชร์ เพื่อหาหน่วยงาน พาน้องออกไปจากที่นี่ก่อนก็ยังดี ช่วยกันเถิดครับ แฟลต ช. 1 ดินแดง แฟลตติดกระทรวงแรงงาน ลงชื่อและเบอร์โทร พร้อมระบุว่า 1 แชร์ของคุณ ช่วยน้องได้ ช่วยคนได้”

ขณะที่อีกโพสต์เป็นของผู้หญิงอีกคนโพสต์ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. ข้อความระบุว่า “ถึงใครที่ซื้อของกับน้ำ หรือน้ำซื้อของกับใคร ขอนัดจ่าย, ส่งวันที่5 เดือนหน้าหน้าเลยนะคะเพราะโทรศัพท์ของน้ำพังออกไปโอนให้ก็ไม่ได้ เนื่องด้วยจากมีผู้ติดโควิด2ท่านอาศัยอยู่ข้างบ้าน และยูจินก็ชอบไปเล่นกับเด็กในบ้านหลังนั้น ตอนนี้ น้ำและยูจินได้ทำการตรวจโควิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่20 ที่ผ่านมา ผลทดสอบในรอบแรกของน้ำเป็นลบ ผลของน้องยูจินยังไม่ออก และตอนนี้ได้ทำการกักตัวอยู่ที่ห้องตามมารตการของกระทรวงสาธารณสุข แจ้งเพื่อทราบนะคะ”

จากนั้นวันที่ 23 เม.ย.มีการโพสต์อีกครั้งระบุว่า “วันนี้ช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งผลการตรวจโควิดของน้องยูจินแล้วนะคะ ผลของน้องเป็นบวกค่ะ คือติดเชื้อนั้นแหละ ตอนนี้ก็คือรอรถมารับซึ่งแม่ก็ได้แต่ภาวนาให้มีเตียงว่างเร็วๆ อยากให้น้องถึงมือหมอไวๆ ตอนนี้ทำได้แค่รออย่างเดียวเท่านั้น ส่วนอาการของน้องคือไอแน่นๆไม่มีเสมหะ ยังทานข้าว และยังร่าเริงเป็นปกติ และก็ฝากไว้เป็นอุธาหรณ์สำหรับหลายๆคนนะคะ รักหรือเอ็นดูเด็กก็ให้ดูแค่ตาชมแค่ปากนะคะ ถ้าตัวเองยังไม่ระวังตัวไม่มากพอ

นอกจากจะเสี่ยงบุตรหลานของท่านแล้ว ยังมีผลต่อลูกคนอื่นอีกแล้วพอเป็นอะไรมาก็อย่าเงียบไม่บอกนะคะ มีอะไรบอหให้รอบข้างระวังตัวค่ะ นี่ยังโกรธอยู่เลยที่ปล่อยให้เรารู้เองว่าบ้านคุณมีคนติดเชื้อ เราถึงรีบไปตรวจ ถ้าเกิดวันนั้นไม่มีเจ้าหน้าที่ไม่มาพ่นยาที่บ้านท่าน เราก็ไม่สามารถรู้เลยว่าบ้านท่านมีผู้ป่วยถึง2ราย สำหรับใครที่พบเจอหรือเล่นกับน้องยูจินภายน14วันที่ผ่านมาให้ท่านไปตรวจและกักตัว แม่ต้องขอโทษจริงๆนะคะ ไม่มีใครอยากให้เกิด”

วันที่ 24 เม.ย.มีการโพสต์อีกครั้งหลายโพสต์ๆแรก ระบุว่า “ระหว่างที่รอเตียง จากติดแค่ยูจินก็จะกลายเป็นติดกันทั้งบ้าน จากผู้ป่วย1คนกลายเป็น5 ก็คิดเอาแล้วกัน ว่ายอดผู้ป่วยพุ่งไม่หยุด เป็นเพราะเราระวังไม่มากพอ หรือเป็นเพราะระบบการจัดหา การรับมือ มันห่วยแตกกันแน่ #ไม่ได้กล่าวโทษบุคลากรทางการแพทย์นะคะด่ารัฐบาล” โพสต์ที่ 2 “1668 คือสายไม่ว่างโทรไม่ติด สัญญาณขาดๆหายๆมาก เฮ้ออ” โพสต์ที่ 3 “อัพเดตล่าสุดนะคะ ทางเจ้าหน้าที่โทรมาสอบถามว่าพร้อมไปรักษาหรือยัง เป็นโรงบาลสนามแต่ยังไม่ทราบว่าที่ไหน แม่ตอบตกลงแล้ว คาดว่าจะมีรถมารับไม่เกินวันนี้ ขอบคุณทุกกำลังใจมากๆนะคะ”

วันที่ 25 เม.ย.โพสต์อีกว่า “เกิดมาผิดเวลาเนาะลูก เกิดมาก็เจอโรคอะไรก็ไม่รู้แถมซวยไปติดอีก เฮ้อออ นอนไม่หลับ” พร้อมรูปภาพลูกที่ยังแบเบาะ จากนั้นไม่นานได้โพสต์ว่า “ก็พึ่งเข้าใจคำว่านอนรอความตายจริงก็ตอนนี้แหละ” และโพสต์ระบุว่า “ยังไม่มีรถโรงบาลมารับนะคะ ต้องรอไปก่อน แม่พาน้องไปโรงบาลเด็กมาก็ยังไม่มีเตียง

เตียงว่างวันอังคาร รอค่ะ รอต่อไป แม่หารถมาตั้งแต่เช้าแล้วไมเกรนขึ้นละจ้า ที่แน่นอนที่สุดก็คือวันอังคารโรงบาลเด็ก ขอเพิ่มเติมที่อยู่นะคะเผื่อมีท่านไหนอยากแชร์ 6002/102 แฟตลช.2 ชั้น3 ประชาสงค์เคราะห์ซอย1 ถนนประชาสงค์เคราะห์ เขตดินแดง แขวงดินแดง กรุงเทพฯ ค่ะ เบอร์โทรติดต่อ xxxxxxx ค่ะ ขอบพระคุณมากๆนะคะ” กระทั่งโพสต์สุดท้ายระบุว่า “หาซื้อยามารักษาตัวเองแล้วนะ ไม่ต้องห่วง” โดยทุกโพสต์มีผู้เข้ามาคอมเมนท์ให้กำลังใจและแชร์กันออกไปจำนวนมาก

ขอบคุณ เดลินิวส์