ป้าฉีกบัตรเลือกตั้ง นายกเทศบาลฯ

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 28 มี.ค.64 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 13 เขต 2 ในโรงเรียนคุณากรณ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี นายคมสันต์ โนนทิง ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมกับตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งได้ควบคุมตัวคุณป้าวัย 57 ปี ชาวต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเข้าไปในคูหาเลือกตั้ง

และลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครอุดรธานี แต่ได้ฉีกบัตรเลือกตั้งนายกเทศบาลนครอุดรธานี จึงแจ้งไปยังนายกิตติคุณ ศิริโยธา ผอ.กกต.จ.อุดรธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ พร้อมควบคุมตัวไปดำเนินคดี

นายคมสันต์ เปิดเผยว่า วันนี้หลังจากที่ทำการเปิดคูหาให้มีการเลือกตั้งแล้ว มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งลงชื่อแล้วทำการรับบัตรเลือกตั้งทั้งสองใบไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ในเวลาดังกล่าวก็ได้มีหญิง อายุ 57 ปี ได้เกิดความสงสัยในบัตรเลือกตั้งว่าทำไมบัตรสีม่วงซึ่งเป็นบัตรเลือกนายกฯ ของเขาถึงมีเบอร์เพียงแค่นี้ เลยอธิบายให้หญิงคนดังกล่าวฟังว่าถ้าจะกาหมายเลขเยอะต้องกากบัตรสีชมพู ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลฯ แต่ถ้าบัตรสีม่วงให้กาได้เบอร์เดียว

หญิงคนดังกล่าวเลยทำท่าไม่พอใจ เลยเอาบัตรเลือกตั้งสีม่วงมาทำการฉีกต่อหน้าตน จึงเชิญมานั่งพักแลบันทึกตามที่กกต.ให้บันทึกเหตุการณ์ไว้ ซึ่งคาดว่าหญิงคนดังกล่าวน่าจะไม่เข้าใจ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดสติหั วร้อ น และอายุก็เยอะแล้ว คงจะคิดว่าบัตรไม่มีให้กาเลยฉีกทิ้งไปเลย

จากการสอบสวนให้การว่า ตนได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามปกติ และได้รับบัตรเลือกตั้งทั้งสองใบ ซึ่งใบสมาชิกสภาเทศบาลนครอุดรธานีนั้นได้ลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว แต่พอตนมาเปิดบัตรเลือกตั้งนายกไม่มีเบอร์ที่ตนต้องการ เพราะเลขที่ตนต้องการนั้นเยอะกว่านี้ เพราะบัตรสีชมพูนั้นเข้าใจมีหมายเลขเยอะ แต่ว่าบัตรสีม่วงตนไม่เข้าใจ

ได้สอบถามเจ้าหน้าที่แล้วไม่มีเลขที่ตนต้องการกาลงคะแนน ทำให้ตนทำการฉีกบัตรสีม่วงเลย ซึ่งตนนั้นก็ไม่มีเจตนาที่จะมาก่อกวนการเลือกตั้งใดๆ ทั้งสิ้น ตนต้องการที่จะมาเลือกตั้ง และใช้สิทธิของตัวเอง ตนไม่รู้ว่าการฉีกบัตรเลือกตั้งนั้นมีความผิดกฎหมาย เพราะถ้าตนรู้ก็คงจะไม่ทำแบบนี้ และต้องมีคดีความต่อไปอีก ตนก็คิดแค่ว่าก็เป็นกระดาษธรรมดา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ทำบัตรเลือกตั้งที่คณะกรรมการประจำหน่วยให้ไปนั้น ชำรุดหรือเสียหาย ในมาตรา 121 ของ พรบ.การเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ.2562 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท แต่ถ้ามีเจตนาทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมจะมีโทษปรับ 1 แสนบาท จำคุก และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนก่อนว่ามีเจตนาอย่างไรเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ม เพราะอาจมีโทษทางกฎหมายได้